The Strangers ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ

    หนังเรื่องนี้เป็นแนว home invasion ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยทีเดียว โดยจะดัดแปลงจากเหตุการณ์จริงที่แคยเกิดขึ้นกับครอบครัวฮอยต์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังสืบหาตัวฆาตกรได้เลย

เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในบ้านตากอากาศของฮอยต์ คู่รัก ‘เจมส์ ฮอยต์’ กับ ‘คริสเตน’ หลังจากกลับมาจากงานเลี้ยงพวกเขาทั้งสองก็พบว่าตนเองกำลังถูกคนแปลกหน้าสามคนคุกคาม และดูเหมือนว่า ณ ที่นั้นไม่สามารถมีใครสามารถช่วยชีวิตได้เลย

แม้บางฉากเราอาจรู้สึกว่า ทำไมตัวละครมันช่างมีการการะทำที่โง่ๆ และฉากแนวตุ้งแช่ซ้ำๆ แต่โดยรวมแล้ว หนังกลับแสดงจุดเด่นทางด้านการสร้างสถานการณ์เขย่าขวัญที่มันสามารถเกิดขึ้นกับเราได้ในชีวิตจริง เช่น โดนโทรขู่ หรือแม้กระทั่งสภาพพื้นที่ของบ้านที่ตั้งอยู่เดี่ยวๆ ไม่มีเพื่อนบ้านเลยง่ายต่อการเกิดเหตุการณ์ทำนองนี้

หากยกตัวอย่างฉากที่น่าจดจำที่สุด ฉากแรกคือฉากแผ่นเสียงสะดุดที่สร้างอารมณ์สั่นประสาทได้ดีมากเมื่อเทียบกับฉากฆาตกรรมในเรื่องอื่น ส่วนอีกฉากคือฉากที่นางเอกถามถึงเหตุผลที่ว่า ทำไมต้องทำร้ายครอบครัวของพวกThe Strangers อาจทำให้คุณมีมุมมองใหม่ๆขึ้น จากที่เคยมองว่า บ้านคือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด และไม่น่าจะมีภัยอันตรายใดๆเกิดขึ้นกับเราได้อย่างแน่นอน สุดท้ายเมื่อดูหนังเรื่องนี้แล้ว คุณอาจได้คำตอบทีค่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ลองจินตนาการดูเล่นๆว่า หากครอบครัวของคุณและคุณต้องเผชิญหน้ากับใครที่เราไม่รู้จัก ใส่หน้ากากมาไล่ฆ่าเราในบ้านของตัวเอง คุณจะรับมืออย่างไร แนะนำให้ดูหนังเรื่องนี้ เพราะนอกจากจะใช้บทเรียนที่เกิดขึ้นในหนังแล้ว คุณจะได้ระวังตัวให้มากกว่าเดิม

The Collector กับดักสยอง

   เป็นหนังระทึกขวัญอีกเรื่องที่ควรหามาชมกัน เพราะจะได้เห็นความเจ๋งในทางที่ชั่วร้ายของฆาตกรโรคจิต แบบชนิดที่ว่าไม่คิดว่าจะลงมือวางแผนอะไรได้สุดขนาดนี้ หนังเริ่มเรื่องมาจาก อาร์คิน เขามีอาชีพเป็นคนติดเหล็กดัด และวันหนึ่งเขาก็ได้ไปติดเหล็กดัดให้กับบ้านเศรษฐี ขณะนั้นเขากำลังมีปัญหาเรื่องเงินก็เลยคิดวางแผนปล้นบ้านเศรษฐีที่เป็นลูกค้าของเขานั่นแหละ แต่เรื่องมันไม่ได้ง่ายๆขนาดนั้น เพราะในคืนที่เขากำลังจะปล้นบ้าน ดันมีฆาตกรโรคจิตอีกคนหนึ่งก็มาปล้นบ้านเศรษฐีในคืนเดียวกันด้วย  อาร์คินตอนแรกคิดจะมาปล้นบ้านเขาก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นฮีโร่ช่วยเหยื่อและตัวเองออกไปจากบ้านนี้ให้ได้ เพราะเจ้าฆาตกรนั่นมันเล่นวางกักดักต่างๆไว้ในบ้านอย่างชาญฉลาดเลยทีเดียว

หนังเรื่องนี้เป็นสไตล์บ้านในห้องปิดตาย คือทั้งประตูบ้าน หน้าต่างทุกอย่างถูกล็อกหมด หน้าต่างก็มีเหล็กดัด และฆาตกรก็เอาไม้มาปิดหน้าต่างประมาณว่าคนในห้ามออกคนนนอกห้ามเข้า โทรศัพท์โทรออกไปขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้ แถมในบ้านยังมีกักดักอื่นๆที่พร้อมจะฆ่าเราได้ได้ทุกเมื่อ บอกได้เลยว่าหากใครได้ดูคงลุ้นกันจนตัวเกร็งว่าตัวละครทั้งหมดจะรอดจากกักดักสยองเหล่านี้หรือไม่   หากพูดถึงฉากซาดิสม์แล้ว ก็เป็นอะไรที่ต้องเอามือจิกผ้าและหลับตายี้กันเลยทีเดียว เพราะแต่ละฉากมีความโคตรโหด ซาดิสม์ ถ้าเราเป็นเหยื่อก็คงร้องขอแล้วว่าให้ฆ่าเราจบๆไปเลย

แม้บางฉากอาจมีความน่าสะอิดสะเอียนกับเลือด หรือ ชิ้นส่วนมนุษย์ ก็ตามแต่ด้วยเนื้อหาที่ต้องดูแบบคลาดสายตาไม่ได้ The Collector จึงเป็นหนังที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

Scream วางสายตายอนาถ

   Scream คือหนึ่งในหนังระทึกขวัญ ที่เมื่อเปิดเรื่องมาก็พบกับฆาตกรโรคจิตที่ทำทีดทรศัพท์เข้ามาและเมื่อเหยื่อวางสายเมื่อใด มันก็จะลงมือฆ่าเหยื่อทีละคนทีละคนจนกระทั่งเหลือตัวนางเอกซึ่งเป็นหยื่อที่ฆาตกรต้องการฆ่ามากที่สุด

หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ทำให้เราเกิดความอยากรู้ว่าใครกันแน่คือฆาตกรตัวจริง เพราะตัวละครทุกตัวนั้นมีคาแรคเตอร์บางอย่างที่อาจจะสรุปในตอนท้ายที่สุดว่า เขานี่แหละเป็นฆาตกร แต่จนแล้วจนรอดก็ต้องเดาผิดตลอด เพราะคำเฉลยจะเป็นบุคคลที่เราคาดไม่ถึง แม้จะสงสัยในตอนแรก แต่มันก็จะมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เราลืมไป จนกระทั่งหนังจบ

Scream เป็นหนังที่รวบรวมเอาสไตล์ของหนังฆาตกรโรคจิตมายำรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เราอาจจะเห็นได้ว่า หนังโรคจิตทั่วๆไปสร้างปมให้เราสงสัยว่าใครคือคนร้าย อะไรคือแรงจูงใจในการฆ่า แต่ Scream ได้สร้างสรรค์มุกเดิมๆของหนังโรคจิตมาดักคอให้เราได้รับชมตั้งแต่เปิดเรื่อง และมาเซอร์ไพรส์อย่างสุดยอดชนิดที่คนดูร้อง ห๊ะ!! แบบว่า คนนี้เองหรอ มันจบแบบนี้จริงๆหรือ

Scream คือหนังที่วางบทและสเต็ปของเหตุการณ์ที่ค่อยๆทวีความกดดันตื่นเต้นได้อย่างชาญฉลาด หนังเรื่องนี้ไม่ได้ขายเฉพาะฉากที่ไล่ฆ่าไล่เชือดเลือดสาดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่มันสามารถเก็บปมที่เป็นความลับสูงสุดของเรื่องเอาไว้อย่างเงียบเชียบ เรียกได้ว่าสับขาหลอกไปหลอกมาจนเราเดาผิดแล้วผิดอีกว่าใครเป็นฆาตกรและมันทำไปเพื่ออะไร เราดูยังมีความรู้สึกว่า ทุกคนสามารถเป็นคนร้ายได้หมด ไว้ใจใครไม่ได้เลย   แนะนำว่าใครที่ชอบหนังแนวระทึกขวัญมีความหักมุม มีความลุ้นแบบนี้ ต้องแนะนำ Scream เพราะหนังเรื่องนี้ถือเป็นตำนานอีกเรื่องหนึ่ง

Inside หลอนท้องสาว

   เป็นหนังสยองขวัญที่เล่าถึง หญิงสาวท้องแก่ที่สูญเสียสามีจากอุบัติเหตุรถชน ทำให้เธอต้องอยู่ตัวคนเดียว ภาพหลอนของสามีก็ติดตามอยู่ตลอด ๆ จนกระทั่งวันคริสต์มาสอีฟ มีหญิงสาวปริศนาโผล่มาในบ้านของเธอและพยายามจะสังหารลูกในท้องของเธอด้วย “กรรไกร” โหดไหมล่ะ   หนังถ่ายทอดความหดหู่ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องแบกรับภาระต่างๆ เธออยู่คนเดียวกับกับการตั้งท้องลูกของตนเอง แถมสามีตายเพราะอุบัติเหตุอีก  แค่นี้ก็หดหู่แบบสุดๆแล้ว  ถึงแม้พล็อตเรื่องจะดูซ้ำกันไปบ้าง แต่ทุกๆนาทีที่เกิดขึ้นในเรื่อง มันจะทำให้คุณไม่สามารถละสายตาได้เลย หนังเรื่องนี้ไม่ได้แค่ถ่ายทอดแค่ความตื่นเต้นหรือความสยดสยองอย่างเดียว แต่มันได้ถ่ายทอดความโศกสลด ความว้าเหว่หมดอาลัยตายอยากของนางเอกได้เป็นอย่างดีทำให้คนดูได้รับรู้ถึงความรู้สึกก้นบึ้งในจิตใจ แบบลองคิดสลับกันว่าถ้าเราเป็นนางเอกของเรื่องที่ต้องมาสูญเสียสามี ในขณะที่ยังท้อง และเหลือเราเพียงแค่คนเดียวที่ต้องประคับประคองครอบครัว แถมยังต้องดูแลครรถ์ของตนเองให้ดีที่สุดเพื่อลูกที่เกิดมาจะได้แข็งแรง และทีสุดของชีวิตก็คือ การที่จะต้องเอาตัวรอดจากฆาตกรสาวที่ไหนก็ไม่รู้ที่จะมาฆ่าตัวเองอีก

เราไม่แนะนำให้สาวๆที่กำลังตั้งท้องดู เพราะมันมีฉากโหดแบบสุดติ่งชนิดที่ดูแล้วต้องปิดตาโผล่มาอย่างมากมาย  พร้อมกับจังหวะดนตรีที่ช่วยเสริมให้อารมณ์ของคนดูยิ่งกดดันและลุ้นไปพร้อมๆกัน และที่ขาดไม่ได้คือการแสดงของ Beatrice Dalleที่สามารถแสดงสีหน้าโรคจิตอำมหิตอย่างที่ฆาตกรผู้หญิงควรจะเป็นได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็ยังขอชื่นชม Alysson Paradis ที่ต้องแสดงเป็นสาวท้องแก่และยังแบกหนังทั้งเรื่องได้ไม่ให้ไขว้เขว อีกทั้งการสวมบทเป็นคุณแม่ที่พยายามปกป้องลูกในท้องจากฆาตกรก็ช่วยให้เห็นชัดได้ว่า คนเป็นแม่นั้นรักลูกมากกว่าสิ่งอื่นใด

Halloween ราตรีนี้เป็นผีแน่นอน

    หนังเล่าเรื่องของ ไมเคิล ไมเยอร์สหนีออกจากโรงพยาบาลจิตเวชออกมาไล่ฆ่าคนในวันฮัลโลวีนอีกครั้ง พล็อตฆาตกรโรคจิตไล่ฆ่าคนแค่นี้แหละแต่ด้วยการกำกับอย่างมีชั้นเชิงก็สามารถทำให้หนังชวนสั่นผวาจนไม่กล้าอยู่บ้านคนเดียวตอนกลางคืน

หนังเปิดเรื่องมาด้วยฉากที่ใช้แทนสายตาเด็ก 6 ขวบเดินเข้าไปใช้มีดรัวแทงฆาตกรรมพี่สาวตัวเองตายคาบ้าน พีคสุด ตรงจุดนี้มันเป็นฉากที่แทนค่าสายตาของพวกที่ชอบสะกดรอยตามคนอื่น ทำให้ผู้ชมรู้สึกกลัวการอยู่บ้านตอนกลางคืนว่าอาจจะมีใครไม่รู้มาด้อม ๆ มอง ๆ อยู่นอกบ้านและสามารถบุกเข้ามาในบ้านของเราหรือเปล่า และหลังจากนั้นจึงเริ่มเล่าเรื่องของ ไมเคิล ไมเยอร์ส หากดูหนังเรื่องนี้ในยุคปัจจุบัน คุณอาจมีความรู้สึกว่า ความน่ากลัวอาจจะลดน้อยลง เนื่องจากเราอาจเคยได้ดูหนังฆาตกรโรคจิตระทึกขวัญกันมามากพอสมควรแล้ว แต่องค์ประกอบต่าง ๆ ของเรื่องนี้ ยังคงถือว่าน่าสนใจมาก เพราะผู้กำกับได้ใช้เทคนิคเล่าเรื่องทำให้คนดูรู้สึกว่ามันเป็นภัยร้ายใกล้ตัวที่จะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ก็ได้ เช่นการที่ตัวละครสาวถูกสะกดรอยตาม พอหันกลับไปมองก็ไม่มีใคร คล้ายกับว่าเราอาจคิดไปเองหรือเปล่า ขนาดกลับถึงบ้านแล้วยังรู้สึกว่ามีคนมาแอบมองอยู่ข้างนอก เล่นกับความรู้สึกของเราเองว่าที่เราเห็นนั้นเป็นเรื่องจริงหรือคิดไปเอง ฉากก็จะตัดไปตัดมาระหว่างฆาตกรที่ทำตัวผลุบๆโผล่ๆ  ดำเนินมาเรื่อยๆจนถึงฉากไคลแม็กซ์ ที่ฆาตกรโรคจิตเริ่มลงมือตอนท้าย ทำให้เรารู้สึกสยดสยอง  หนังแสดงให้เห็นว่า ฆาตกรไม่ใช่แนวถือมีดไล่ฟันไล่เฉือดเหมือนเรื่องอื่นๆ แต่มันแสดงให้เห็นว่าฆาตกรมาอย่างเงียบๆ ว่องไว ไม่ลีลาให้เหยื่อลุ้นเอาทางหนีทีไล่ สิ่งนี้แหละที่ทำให้หนังดูสมจริง และคนดูก็สามารถคิดตามได้

Funny Games เพื่อนข้างบ้านไม่น่ารักอย่างที่คุณคิด

   หนังเรื่องนี้ขอยกให้เป็นหนังสุดโหดสุดสะพรึ่งของเราเลย เพราะมันสุดยอดทั้งฉากทรมานต่างๆและความโรคจิตของตัวฆาตกีเอง เรียกได้ว่าดูแล้วจิตตกไปหลายวัน  ประโยคเด็ดของเรื่องคงหนีไม่พ้นประโยคที่ว่า “ขอไข่หน่อยครับ” จากหนุ่มเพื่อนบ้านสุดหล่อที่ดูเหมือนจะแสนดี ยิ้มแย้มเป็นมิตรกับเรา

หนังเล่าเรื่องราวของครอบครัวแสนสุขประกอบด้วยคุณพ่อคุณแม่ที่ท่าทางใจดี และลูกๆของพวกเขาที่น่ารักสมวัย มีหมาน้อยแสนรู้คอยวิ่งไปรอบๆ พวกเขาไปพักผ่อนที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบ ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและมีความสุข หากไม่มี แฟรงค์ ชายหนุ่มหล่อยิ้มง่ายแต่มีท่าทางประหลาดมาขอไข่กับคุณแม่ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือนของครอบครัวแสนสุข และตัวของพวกเราเองFunny Games อาจมีโครงเรื่องที่เหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จของหนัง home invasion เช่น ตัวละครถูกคนนอกคุกคามและเข้ามาทำร้ายเราในบ้านของเราเองที่ไม่สามารถหนีออกไปให้ใครช่วยเหลือได้ แต่สิ่งที่ต่างกันไปโดยสิ้นเชิงคือการที่ผู้กำกับ สามารถเนรมิตฉากที่ทำให้เรารู้สึกหดหู่ หมดหวัง และตบด้วยฉากสรุปที่ทำให้เราแทบจะปารีโมทใส่หน้าจอเลยทีเดียว

Funny Games จึงกลายเป็นหนังที่คนดูต่างพาร่ำลือถึงความโหดร้ายใจดำ ไม่คิดว่าจะทำกันได้ ซึ่งแท้จริงแล้ว อีตาผู้กำกับคนนี้แหละ มันได้วางจุดเซอร์ไพรส์ในหนังหลายรอบให้คนดูระวัง แต่จะจุดไหนนั้น คุณก็ต้องไปหาชมกันเอาเอง หนังเรื่องนี้จึงค่อนข้างสมบรูณ์แบบ และสอนให้เราระมัดระวังตัวยิ่งกว่าเดิมขึ้นไปอีก เพราะใครจะรู้ว่า ผู้ชายหน้าตาดี ยิ้มง่าย ยิ้มเก่ง จะมีพิษภัยขนาดนี้ และที่สำคัญเรานี่แหละเป็นคนที่เปิดประตูให้มันเข้ามาทำร้ายเราเองอีกด้วย